ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
Banner Nongbuapitayakran โดย ไอยรา เตือนสกุลพันธ์
เมนูหลัก
:.ครูและบุคลากร
กลุ่มสาระ/ห้องเรียนพิเศษ
:. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ข้อมูลสารสนเทศ
แบบตรวจ ITA Online
ห้องเรียน DLIT



โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 28/ก.ค./2557
ผู้ใช้งานขณะนี้ 42 IP
ขณะนี้
42 คน
สถิติวันนี้
615 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
2630 คน
สถิติเดือนนี้
61798 คน
สถิติปีนี้
885079 คน
สถิติทั้งหมด
2841484 คน
IP ของท่านคือ 3.237.31.191
(Show/hide IP)


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
จุดสำคัญเกมเชลซีบุกอัดสปอร์สคาถิ่น  VIEW : 689    
โดย 555

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2162
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 37
Exp : 81%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 118.172.68.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 24 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2562 เวลา 15:48:59   



"สิงห์บลู" เชลซี เอาชนะ สเปอร์ส อย่างอย่างสบาย ด้วยการกดดันใส่อยู่เพียงฝั่งเดียว และเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ไปอย่างสมบูรณ์แบบ ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่22 ธ.ค. ที่ผ่านมา

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ปรับใช้ระบบที่ทำให้ สเปอร์ส ไม่สามารถเล่นเกมที่ตัวเองถนัด และไม่สามารถเซตเกมโจมตีได้อย่างที่ควรจะเป็น แข้งดาวรุ่งของเชลซีเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น  จากการเล่นที่กระฉับกระเฉงและคอนโทรลเกมได้อยู่หมัด

วิลเลี่ยน โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จากการที่เขายิงประตูโค้งอย่างสวยงาม หลังจากผ่านไป 12 นาที  เกมในครึ่งแรก คือวิลเลียนโชว์อย่างแท้จริง เขาสามารถเลี้ยงบอลผ่านแข้งเสื้อขาวของทีมฝั่งตรงข้ามได้แทบทุกคน แม้ในครึ่งหลังนั้นจะเน้นประคองตัวมากกว่าเดิม แต่เชลซี ก็ยังทำได้ดีกว่าเมื่อ เมสัน เมาท์ ยืนกดดันสูงไล่เพรสตั้งแต่แดนบน จนทำให้ สเปอร์ส ไม่สามารถจะเซตเกมบุกขึ้นมาได้

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซีใช้แทคติกที่ค่อนข้างรัดกุมในเกมรับกับ สเปอร์ส โดยออกสตาร์ทเกมด้วยแทคติก 3-4-2-1 แลมพาร์ด ใช้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ มาร์กอส อลอนโซ่ เป็นวิงค์แบ็ก และใช้เซนเตอร์อาชีพลงพร้อมกันถึงสามคน นี่แสดงให้เห็นว่า แลมพาร์ด กำลังให้ความสำคัญกับการป้องกันเกมรับ การใช้สามเซนเตอร์ กับสองวิงค์แบ็ก มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่า  เชลซี ให้ความสนใจกับการป้องกัน ด้วยการส่งแนวรับถึง5คน

ในตำแหน่งกองกลางให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ มาเตโอ โควาซิช ยืนเป็นสองกองกลางตัวรับ หน้าสามคนให้ เมสัน เมาท์ แทมมี่ อับราฮัม และ วิลเลี่ยน ประจำการ

การมีกองกลาง2คนตั้งรับอยู่ข้างหลัง เปิดโอกาสให้ แลมพาร์ด สามารถสั่งให้ เมสัน เมาท์ ยืนสูงได้เต็มที่ ทำให้เขาสามารถเล่นเป็นตัวฟรี พาบอลขึ้นหน้าไปยังพื้นที่ว่างได้อย่างเต็มที่  นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ วิลเลี่ยน โชว์สเตปสร้างความหายนะให้กับกองหลังสเปอร์ส ด้วยการกระชากบอลเล่นงานอยู่หลายจังหวะ


ซึ่งแทคติกแบบนี้ก็เล่นงาน มูรินโญ่ ให้ประหลาดใจได้ไม่น้อย และสามารถทำให้เชลซี นำถึง2-0 ในครึ่งแรก

สองกองกลางอังกฤษที่น่าจับตาอยู่ในสนามพร้อมเมื่อวานนี้ แต่มีผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ เมสัน เมาท์ ที่แสดงผลงานได้ประจักษ์สายตาต่อผู้ชมได้ชัดเจนกว่า

เมสัน เมาท์ ลงสนามด้วยการลีลาการเล่นที่ดูกระฉับกระเฉง แทบตลอดทั้งเกม จนทำให้แข้งสเปอร์สไม่สามารถครองเกมได้เลย สิ่งที่ควรทราบอีกประการหนึ่งจากเกมนี้ก็คือ เขาเล่นงานกองหลังของ สเปอร์ส ได้อย่างอยู่หมัด หลายครั้งที่แนวรับทีมไก่เดือยทอง จ่ายบอลเสียให้กับ เมาท์ เนื่องจากถูกบีบพื้นที่จนทำให้จ่ายบอลยาก

แม้ตอนนี้ เดเล่ อัลลี ได้กลายเป็นผู้เล่นที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินฏญ่ นับตั้งแต่บทสนทนา "พี่ชาย" ที่ลือลั่นระหว่าง อัลลี กับ มูรินโญ่ เขามีส่วนร่วมในเกมบุกส่วนใหญ่ของสเปอร์ส เป็นอย่างมาก และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในลีก

อย่างไรก็ตามเกมเมื่อวานนี้ อัลลี เล่นผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด บ่อยกว่านั้นเขาสูญเสียการครองบอลอย่างง่ายดาย จากการจับบอลแรกที่ไม่ดี แถมประสิทธิภาพเกมก็ต่ำเช่นกัน เนื่องจากเขาไม่ค่อยลงมาล้วงบอลต่ำ เพื่อสร้างการเล่นให้กับเพื่อน ยิ่งกว่านั้น อัลลี ก็เข้าปะทะโดยไม่จำเป็นกับ มาเตโอ โควาซิซ จนทำให้โดนใบเหลืองแบบเสียของ

ซน ฮึง มิน  โดยใบแดงใบที่สามของฤดูกาลเรียบร้อย จากจังหวะที่เขา ไปเจตนาเล่นนอกเกมใส่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ หลังจากดู VAR ผู้ตัดสินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไล่เขาออกจากสนาม

ภาพที่เห็นก็คือ จากจังหวะที่ซนล้มลงกับพื้น จากจังหวะที่รือดิเกอร์แย่งบอลเขาได้ ซึ่งในขณะที่เขาล้มลง เขากลับเตะเข้าไปที่หน้าอกของกองหลังเชลซี จนทำให้ รือดิเกอร์ ล้มลง

ต้องบอกตอนนั้นรือดิเกอร์ ก็ใช้ประโยชน์ได้ดีจากการโดนเตะในจังหวะนั้น แม้มันจะดูไม่รุนแรงและเหมือนมีใส่แอคติ้งเขาไปเกินไปหน่อย แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การเตะในจังหวะนั้น เป็นการจงใจเตะนอกเกม มันจึงไม่สามารถเลี่ยงเลี่ยงที่จะแจกใบแดงให้ซนในจังหวะนั้น โดยแทบไม่ต้องสนใจแอคชั่นของ รือดิเกอร์ เลยแม้แต่น้อย

ซึ่งจังหวะสมควรแดงไม่แดง ก็สามารถถกเถียงกันไป แต่สำหรับใบแดงของซน แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้คู่แข่งบาดเจ็บ แต่การถูกมองว่าเป็นนักเตะที่อ่อนน้อมถ่อมตนของซน ก็จะต้องมีเครื่องหมายคำถามที่ใหญ่มากขึ้น จากปฏิกิริยาสัญชาตญาณที่เขาแสดงออกมา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเขาในเกมระดับสูงต่อไป

เพิ่มเติม : thehotspotonline.com