[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
:.ครูและบุคลากร
กลุ่มสาระ/ห้องเรียนพิเศษ
:. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ห้องเรียน DLIT



โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 28/ก.ค./2557
ผู้ใช้งานขณะนี้ 26 IP
ขณะนี้
25 คน
สถิติวันนี้
1129 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
3056 คน
สถิติเดือนนี้
25385 คน
สถิติปีนี้
647617 คน
สถิติทั้งหมด
1890147 คน
IP ของท่านคือ 34.239.154.240
(Show/hide IP)

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
"ต้อหิน" โรคร้ายของดวงตา ที่ไม่มีสัญญาณเตือน  VIEW : 585    
โดย 9852

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 178.128.126.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 13 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2562 เวลา 15:09:19   

"ต้อหิน" โรคร้ายของดวงตา ที่ไม่มีสัญญาณเตือน
S! Health (Rewrite)
สนับสนุนเนื้อหา

โรคต้อหิน คือหนึ่งในปัญหาดวงตาที่อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอด และสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือต้อหินนั้นไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และหากเป็นแล้วไม่ได้รับการรักษาก็ไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ดีดังเดิม
พญ.เกศรินท์ เกียรติเสวี จักษุแพทย์โรคต้อหิน โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคต้อหินเป็นโรคพบได้ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 60-70 ปี ข้อมูลจากชมรมต้อหินแห่งประเทศไทยระบุว่าในปี 2560 มีผู้ป่วยต้อหินทั่วโลกมากกว่า 65 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 76 ล้านคนในปี 2020 หรือพ.ศ. 2563 ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มผู้ป่วยโรคต้อหินแบบเฉียบพลันมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ต้อหินเป็นโรคความเสื่อมขั้วประสาทตาที่ทำให้สูญเสียการมองเห็น ซึ่งผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตนเองป่วยด้วยโรคนี้ เพราะไม่มีอาการบอกล่วงหน้า

โรคต้อหิน มีกี่ชนิด?
ชนิดของโรคต้อหินแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

ต้อหินปฐมภูมิ (Secondary Glaucoma) ได้แก่ ชนิดมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) แบ่งเป็น ความดันตาปกติและความดันสูง และ ชนิดมุมปิด (Primary Angle-Closure Glaucoma) แบ่งเป็น ต้อหินชนิดเฉียบพลันและต้อหินชนิดเรื้อรัง

ต้อหินทุติยภูมิ (Secondary Glaucoma) เป็นผลมาจากสาเหตุอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุทางตา เบาหวานขึ้นจอตา

ต้อหินแต่กำเนิด (Congenital Glaucoma) พบในเด็กแรกคลอด - 3 ปี มาจากพันธุกรรมหรือสาเหตุอื่นๆ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน ได้แก่ กลุ่มคนที่ใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์มาเป็นเวลานานๆ เกิดอุบัติเหตุกับดวงตา เช่น การกระทบกระแทกแรงๆ ที่บริเวณดวงตา และเกิดได้จากพันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหินมาก่อน
 

อาการของโรคต้อหิน
อาการของโรคต้อหิน ปวดตา น้ำตาไหล ตามัวลง เห็นรุ้งรอบดวงไฟ และหากเป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ซึ่งพบในผู้หญิงแถบเอเชียค่อนข้างมาก ความรุนแรงของโรคสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินคือ ไม่สามารถรักษาแล้วหายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิมได้ โดยคนไข้จะต้องมาพบจักษุแพทย์ทุกๆ 3 เดือน ที่สำคัญหากพบว่าเป็นโรคนี้แล้ว ควรรีบมารักษาโดยเร็วไม่ปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้

วิธีรักษาโรคต้อหิน
การรักษาโรคต้อหินมี 3 วิธีการหลักๆ ได้แก่

การใช้ยา ได้แก่ ยาหยอดตา ยารับประทาน และยาฉีด ซึ่งจักษุแพทย์จะรักษาทีละขั้นตอนแล้วดูผลการตอบสนองต่อการรักษาอย่างใกล้ชิด

เลเซอร์ ขึ้นอยู่กับชนิดต้อหิน ใช้เวลารักษาเพียงไม่นาน ส่วนใหญ่มักมีการให้ยาควบคู่ไปด้วยกัน

การผ่าตัด วิธีนี้จะใช้เมื่อผู้ป่วยรักษาด้วยยาและเลเซอร์แล้วไม่ได้ผล โดยการผ่าตัดขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของต้อหิน สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ การผ่าตัดรักษาต้อหินเป็นไปเพื่อลดความดันตาไม่ใช่การผ่าตัดต้อออกไปแล้วหายขาด เพราะต้อหินเมื่อเป็นแล้ว ทำได้ดีที่สุดคือควบคุมอาการไม่ให้แย่ไปกว่าเดิม
ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยโรคต้อหินจึงมีความสำคัญ เพราะโรคนี้ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ปัจจุบันพบโรคต้อหินในคนที่อายุ 30 กว่าๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งบอกว่าในอนาคตคนที่เป็นโรคนี้จะมีอายุน้อยลง ดังนั้น หากใครที่มีประวัติเสี่ยง หรือสงสัยว่าจะเป็นโรค ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาโดยเร็ว แต่สำหรับคนทั่วไปแนะนำให้ตรวจช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งการตรวจต้อหินในปัจจุบันจะสามารถทราบผลได้ทันที ด้วยการตรวจอย่างละเอียดโดยเครื่องสแกนวิเคราะห์จอประสาทตาและขั้วประสาทตา (Optical Coherence Tomography) และเครื่องตรวจลานสายตา (Computerized Static Perimetry) ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคต้อหินได้อย่างชัดเจน

ในยุคที่สมาร์ทโฟนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้วนั้น หากต้องใช้งานในตอนกลางคืนควรเปิดไฟให้สว่างเพื่อช่วยให้สบายตา และทุกๆ 20 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ควรพักสายตาประมาณ 20 วินาทีถึงครึ่งนาที และหยอดน้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันเสียเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ที่สำคัญควรหมั่นตรวจเช็กดวงตากับจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือโรคต้อหินได้ทันท่วงที

>> “สายตายาว” ปัญหาอื่นๆ และการดูแลสุขภาพดวงตาของวัย 40+

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :พญ.เกศรินท์ เกียรติเสวี จักษุแพทย์โรคต้อหิน โรงพยาบาลกรุงเทพ

รวบรวมเนื้อหาโดย UFA369 เว็บเกมส์ UFABET อันดับ 1 ของไทย
สมัคร แทงบอลออนไลน์ และ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด